Industry

“การศึกษาไทย” รั้งท้ายอาเซียน

0

 

ที่ผ่านมา คุณภาพการศึกษาไทยได้ถดถอยลงมาก มาอยู่เป็นอันดับท้ายๆ ในอาเซียน วันนี้เราจะมาเจาะลึกข้อมูลกันว่าการศึกษาไทยไม่ดีจริงหรือไม่ และเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นอย่างไร

เครื่องวัดความสำเร็จของการศึกษาในประเทศมีหลายตัวชี้วัดด้วยกัน อย่างแรก คือ การทดสอบโครงการประเมินผลนักเรียนระดับนานาชาติ (PISA) หากย้อนกลับไปดูผลการทดสอบครั้งล่าสุดในปี 2018 จะพบว่าประเทศไทยแพ้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและสิงคโปร์ขาดลอย ทั้งในด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ จากการวิเคราะห์พบว่านักเรียนไทยมีจุดอ่อนอยู่ที่การอ่าน โดยคะแนนด้านการอ่านมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา  

 

 

 

สาเหตุอย่างหนึ่งที่ทำให้นักเรียนไทยมีผลคะแนนสู้ประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้ คือ ปัญหาความเหลื่อมล้ำ มีเพียงแค่กลุ่มนักเรียนจากโรงเรียนในเมืองมีชื่อเสียงเท่านั้น ที่สามารถทำคะแนนเทียบเท่านักเรียนต่างชาติได้ โดยนักเรียนจากโรงเรียนที่เน้นการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์และโรงเรียนในกลุ่มสาธิตเท่านั้นที่มีคะแนนเฉลี่ย PISA สูงกว่ามาตรฐานที่ระดับ 500 คะแนน ส่วนนักเรียนโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีคะแนนน้อยกว่า 400 คะแนน อีกตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัด คือจากการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกในปี 2021 ที่ตัวแทนประเทศไทยสามารถทำคะแนนรวมได้เป็นลำดับที่ 16 จาก 107 ประเทศ ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมส่วนใหญ่มาจากโรงเรียนชื่อดังในกรุงเทพ อย่างโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน  

เมื่อพิจารณาถึงทักษะด้านภาษาอังกฤษ จากผลการวัดระดับความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ (EF English Proficiency Index) ในปี 2020 ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่มีความสามารถทางภาษาอังกฤษต่ำมาก และถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 8 จาก 9 ประเทศในภูมิภาคอาเซียนที่ทำการสำรวจ โดยประเทศในอาเซียนที่มีทักษะภาษาอังกฤษในระดับสูงมากมีเพียงแค่สิงคโปร์เท่านั้น ซึ่งอยู่ที่อันดับ 10 ของโลก 

 

 

จากผลสำรวจของ We are Social ปี 2020 ประเทศไทยเป็นประเทศที่ใช้เวลาไปกับอินเทอร์เน็ตสูงเป็นอันดับ 5 ของโลก แต่จากรายงานการประชุมเวทีเศรษฐกิจโลก พบว่าคนไทยที่มีทักษะด้านดิจิทัลมีอยู่เพียงร้อยละ 54.9 และเมื่อเปรียบเทียบอันดับทักษะดิจิทัลกับประเทศในอาเซียนแล้ว พบว่าประเทศไทยอยู่อันดับ 3 จาก 5 ประเทศอาเซียนที่ทำการสำรวจ   

เมื่อดูจากตัวชี้วัดโดยรวมแล้วก็คงไม่ผิดที่จะพูดว่าการศึกษาไทยสอบตกหรือยังไม่น่าพอใจในทุกด้าน โดยมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศไทยอย่างจุฬาฯ มหิดล และธรรมศาสตร์ถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 208, 252 และ 262 จาก QS World University Rankings 2021 ในขณะที่มหาวิทยาลัยชั้นนำของสิงคโปร์ และมาเลเซีย อยู่ในลำดับที่ 11 และ 87 ตามลำดับ 

ตั้งแต่ปี 2005 เป็นต้นมา มีจำนวนผู้ที่จบการศึกษาจากสายงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ในประเทศไทยลดลงเฉลี่ย 1.4% ต่อปี ซึ่งจากรายงานของ JETRO Bangkok มีการเรียกร้องจากบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทยถึงปัญหาการขาดแคลนวิศวกรเป็นจำนวนมาก

 

 ทำไมสิงคโปร์ถึงประสบความสำเร็จด้านการศึกษา

ในโครงการ PISA 2018 สิงคโปร์ยังได้ครองอันดับแชมป์ โดยสามารถเอาชนะญี่ปุ่นและฟินแลนด์ที่มีชื่อเสียงด้านการศึกษา และทำคะแนนเป็นอันดับ 1 ทั้งสามวิชาของการสอบ จะเห็นได้ว่าการศึกษาของสิงคโปร์นั้นมีคุณภาพมากกว่าประเทศไทย และสาเหตุที่ทำให้สิงคโปร์มีระบบการศึกษาที่ดีเป็นเพราะสิงคโปร์เป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับระบบการศึกษามาก ดังจะเห็นได้จากงบประมาณด้านการศึกษาเฉลี่ยของประเทศในปี 2011-2021 อยู่ที่ประมาณ 600 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ต่อปี หรือประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งคิดเป็น 2.8% ของ GDP 

สิงคโปร์มีการเปลี่ยนระบบการประเมินผลการเรียนของนักเรียนเป็นแบบ Teach Less, Learn More ซึ่งจะเน้นที่ความเข้าใจของนักเรียนมากกว่าผลคะแนนสอบ ไม่มีการจัดอันดับ ทำให้ผู้เรียนสนุกกับการเรียนรู้และการทำกิจกรรม มีจุดเด่นด้านการเรียน 2 ภาษา โดยใช้หลักสูตรการสอนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด และให้นักเรียนเลือกเรียนภาษาทางการของสิงคโปร์อีกหนึ่งภาษา (ภาษาจีน มาเลย์ หรือ ทมิฬ ตามเชื้อชาติของตนเอง) อีกทั้งระบบการศึกษายังตั้งอยู่บนพื้นฐานของความถนัดและความสนใจของนักเรียน โดยในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 นักเรียนจะสามารถเลือกได้ว่าจะเรียนทางสายศิลป์ สายวิทย์ ธุรกิจการค้าหรือสายวิชาชีพ 

 

งบประมาณการศึกษาไทยสูงมาก แต่คุณภาพการศึกษาอยู่ในระดับต่ำ

มองย้อนกลับมาที่ประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณมากที่สุด และจากบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ (NEA) ในปี 2561 พบว่าประเทศไทยมีรายจ่ายด้านการศึกษาถึง 816,463 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5% ของ GDP ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 50% จากปี 2551 แต่จากงบประมาณทั้งหมดกว่า 8 แสนล้านบาท กลับเป็นงบสำหรับพัฒนาการเรียนการสอน 1.72% และงบสำหรับพัฒนาบุคลากรและครูเพียง 0.44%เท่านั้น

 

 

จะเห็นได้ว่าประเทศไทยมีการลงทุนด้านการศึกษาที่ค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบรายจ่ายด้านการศึกษาเทียบกับ GDP กับประเทศอื่นๆ อย่างสิงคโปร์ เวียดนาม หรือกลุ่มประเทศ OECD พบว่ามีการลงทุนอยู่ที่ 2.5%, 4% และ 4.9% ตามลำดับ 

แม้ประเทศไทยมีใช้งบประมาณที่สูงกว่าประเทศอื่นๆ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมายังไม่เป็นที่น่าพอใจนัก ยังคงมีปัญหาความเหลื่อมล้ำ ที่โอกาสทางการศึกษายังไม่สามารถเข้าถึงเยาวชนทุกคนได้ และแม้จะเข้าถึงได้แต่ก็มีคุณภาพที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พบว่าครัวเรือนที่ยากจนมีกำลังทรัพย์ในการส่งบุตรหลานเรียนน้อยกว่าครัวเรือนที่ร่ำรวย เนื่องจากมีรายได้ต่อเดือนเพียง 5,800 บาทต่อเดือน ในขณะที่ครัวเรือนที่ร่ำรวยที่สุดมีรายได้เฉลี่ยมากถึง 1 แสนบาทต่อเดือน

ในปี พ.ศ. 2559 สพฐ. ได้มีการจัดสรรงบช่วยเหลือนักเรียนยากจนทั่วประเทศจำนวน 2,313 ล้านบาท แต่วงเงินกลับช่วยเหลือเด็กชั้นประถมศึกษาได้เพียงร้อยละ 40 และมัธยมศึกษาตอนต้นอีกร้อยละ 30 จากทั้งหมดเท่านั้น เป็นเพราะว่าตัวเลขนักเรียนยากจนที่ปรากฏบนฐานข้อมูลอาจจะไม่ได้ตรงกับความเป็นจริง ทำให้มีนักเรียนส่วนหนึ่งไม่ได้รับโอกาสทางการเรียน หรือได้ความช่วยเหลือที่น้อยลง 

 

 

โดยรวมแล้ว ปัญหาด้านการศึกษาของไทยเป็นปัญหาที่มีมายาวนาน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าประเทศไทยมีการเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยครั้ง และทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนรัฐบาลหรือรัฐมนตรีก็จะทำให้ระบบการศึกษาเปลี่ยนแปลงไปด้วย ทำให้นโยบายทางการศึกษาขาดความต่อเนื่อง ดังนั้น ในช่วงต่อไป รัฐบาลควรจะให้ความสำคัญกับระบบการศึกษาให้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพของการศึกษาในต่างจังหวัด ในชนบท ในโรงเรียนเล็กๆ รวมทั้ง ควรจะพัฒนาระบบการศึกษาให้ผู้เรียนมีทักษะที่จำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิต เพราะการศึกษา คือ สิ่งสำคัญในการพัฒนาบุคลากรและเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาประเทศ

 


 

Reference :

https://research.eef.or.th/nea/ 

https://www.statista.com/statistics/624666/government-expenditure-on-education-in-singapore/  

https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99/76338 

https://pisathailand.ipst.ac.th/issue-2019-48/ 

https://www.bangkokbiznews.com/news/865234 

https://www.posttoday.com/world/605556

https://www.bangkokbiznews.com/news/927089 

https://thaipublica.org/2021/02/national-education-accounts01/ 

https://waymagazine.org/national-education-accounts/ 

https://nces.ed.gov/surveys/pisa/pisa2006highlights.asp 

https://www.eef.or.th/thai-report-education/ 

https://moe360.blog/2021/03/01/national-reform-plans/ 

http://nscr.nesdb.go.th/ 

https://www.dek-d.com/board/view/3979090 

https://marketeeronline.co/archives/146960

You may also like

Comments

Leave a reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

More in Industry