Industry

อุตสาหกรรม EV ในอาเซียน กลับมาฟื้นฟูอีกครั้ง

0

 

ตลาดรถยนต์ในอาเซียนคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 2,665.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตราการเติบโต CAGR อยู่ที่ 32.73% ตลอดช่วงปี 2018-2027 จากผลกระทบของโควิด 19 กิจกรรมการผลิตต้องหยุดไปในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2020

แต่ตอนนี้อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังฟื้นตัวจากความสูญเสียและผลิตสินค้าออกมาเพิ่มเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค
โดยอุตสาหกรรมยานยนต์เติบโตอย่างมีนัยสำคัญในแง่ของการผลิตในปี 2021 ซึ่งมีแนวโน้มที่จะไปเพิ่มความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าทั่วประเทศ

รัฐบาลจากหลากหลายประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างออกนโยบายโปรโมทให้มีการหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EVs) กันมากขึ้น เช่น 

  • ประเทศไทยได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะให้มีการใช้รถยนต์ไฟฟ้า 30% ภายในปี 2030
  • สิงคโปร์คาดว่ารถยนต์ทั้งหมดจะเป็นการใช้พลังงานสะอาด ภายในปี 2040
  • อินโดนีเซียก็วางแผนไว้ว่า รถยนต์และรถจักรยายนต์ทั้งหมดจะเป็นรถ EVs ภายในปี 2050

จากการที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับเป้าหมายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า  และกำหนดแผนการให้กับรถ EVs อย่างมั่นคง อนาคตของการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็กำลังเข้ามาสู่จุดสนใจ

การตัดสินใจเลือกรถยนต์ไฟฟ้าแทนรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย เช่น การสนับสนุนด้านนโยบาย ต้นทุนด้านเทคโนโลยี ความเท่าเทียมกันของราคาระหว่างรถยนต์สันดาป และรถยนต์ไฟฟ้า รวมไปถึงความพยายามในการลดคาร์บอนระดับประเทศโดยรวม 

มาตรการเชิงนโยบาย เช่น เงินอุดหนุนหรือสิ่งจูงใจทางการเงินอื่น ๆ สำหรับรถ EV หรือ การห้ามใช้รถยนต์สันดาป โดยสิ้นเชิง อาจส่งผลกระทบต่อขนาดของความต้องการพลังงานจาก EV รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจะเป็นผู้นำในตลาด เช่น อินโดนีเซียและเวียดนาม ซึ่งมีสัดส่วนการใช้จักรยานยนต์มากกว่ารถยนต์โดยประเทศที่มีสัดส่วนการใช้รถจักรยานยนต์สูงกว่ารถยนต์มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ EVs ได้เร็วกว่า

นอกจากนี้ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ายังมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กกว่าเมื่อเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้า
ทำให้ชาร์จได้เร็วและสะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดปัญหาเรื่องราคาแบตเตอรี่ที่สูงเกินไปและระยะเวลาในการชาร์จของ EVs

ภาคการเติบโตของความต้องการของพลังงานรูปแบบใหม่ที่มีศักยภาพในการปรับรายละเอียดลักษณะการใช้ไฟฟ้า

EVs นำเสนอการคาดการณ์ของอุปสงค์ที่เกิดขึ้นใหม่ในภูมิภาคอาเซียนว่าจะสูงถึง 89  เทระวัตต์-ชั่วโมงภายในปี 2050 จากจำนวนเล็กน้อยในปัจจุบัน 

ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน ส่วนแบ่งของรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคนี้คาดว่าจะสูงถึงประมาณ 27% ภายในปี 2050 ตามนโยบาย S-Curve และความต้องการพลังงาน EV จะสูงขึ้นไปอีก

แม้ว่าตลาดต่าง ๆ เช่น สิงคโปร์และไทยจะมีอัตราการใช้ EV ที่สูงขึ้น 

แต่ความต้องการพลังงาน EV ของอินโดนีเซียยังคงครองส่วนแบ่งที่ใหญ่ที่สุดในการคาดการณ์ เนื่องจากขนาดของตลาดและจำนวนประชากรที่ใช้รถอย่างแท้จริง

 

กราฟ 2: ความต้องการใช้พลังงานสำหรับรถไฟฟ้าในอาเซียนคาดว่าจะสูงถึง 89  เทระวัตต์-ชั่วโมง

ที่มา: S&P Global

 

สำหรับพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมคาดว่าจะสูงถึง 33% ของการผลิตทั้งหมดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในปี 2050 

 


References:

https://www.mordorintelligence.com/industry-reports/asean-electric-vehicle-market

https://www.spglobal.com/commodityinsights/en/ci/research-analysis/the-electric-vehicle-revolution-the-impact-on-power-systems-in.html

You may also like

Comments

Leave a reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

More in Industry