Economic outside the Box

“ความเชื่อใจ” ถูกสร้างได้อย่างไร?

0

 

ความเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ทั้งคนและธุรกิจสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยเฉพาะกับบางอาชีพหรือบางองค์กร ที่การกระทำของพวกเขาส่งผลไปถึงผู้อื่น หากขาดความเชื่อใจจากผู้คนไป อาจจะไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติเลยก็ได้

ถึงหลายคนจะรู้ว่าความเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญ แต่ส่วนของวิธีการสร้างมันนั้นไม่ใช่สิ่งที่ง่ายเลย

 

เทคนิคที่ภาคธุรกิจสหรัฐฯ ใช้จนเป็นองค์กรที่ได้รับความเชื่อใจมากที่สุดในสังคม

มีบทความหนึ่งในนิตยสาร Harvard Business Review ชื่อว่า “How Business Can Build and Maintain Trust” โดยคุณ Tim Ryan เขียนเรื่องการสร้างความน่าเชื่อใจของบริษัทในอเมริกาได้อย่างน่าสนใจ 

โดยบทความเริ่มมาด้วยการยกผลสำรวจที่น่าจะทำให้หลายคนประหลาดใจว่า “องค์กรที่ได้รับความเชื่อใจมากที่สุดในสหรัฐ คือ องค์กรภาคธุรกิจ” 

โดยอ้างอิงผลสำรวจถึงสองสถาบันจากทั้ง Edelman’s Trust Barometer และ PwC 

ซึ่งเมื่อเจาะลงไปในรายละเอียดของงาน PwC มี 4 ปัจจัยหลักที่ทั้งบริษัทและลูกค้าที่เขาสัมภาษณ์เห็นตรงกันว่า เป็นปัจจัยที่ช่วยในการสร้างความเชื่อใจ ประกอบไปด้วย

 

  1. Data protection and Cybersecurity หรือ การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและความปลอดภัยในโลกไซเบอร์
  2. Treating employees well หรือ การดูแลลูกจ้างอย่างดี
  3. Ethical business practices หรือ การดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม
  4. Admitting mistakes quickly and honestly หรือการยอมรับในความผิดพลาดอย่างรวดเร็ว และซื่อสัตย์

 

ซึ่งเมื่อพิจารณาดู ทั้ง 4 ข้อนี้ ก็เป็นปัจจัยที่ดูไม่ได้ไกลเกินความคาดคิดของเรา แต่ก็ดันเป็นสิ่งที่หลายองค์กรหลงลืมหรือละเลยที่จะปฏิบัติไป จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมออกมาเสมอ

และอันที่จริง ไม่เพียงแต่กับระดับองค์กรใหญ่ๆ  เท่านั้นที่นำไปปรับใช้ได้ บุคคลธรรมดาเองก็น่าจะมีรูปแบบการสร้างความเชื่อใจใกล้เคียงกับ 4 ข้อด้านบน

 

เกมแห่งความเชื่อใจในวงการเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม

ในวงการเศรษฐศาสตร์ ก็มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องความเชื่อใจเช่นกัน หนึ่งในงานที่มีอิทธิพลมากที่สุดในสายนี้ คือ งานที่ “ทฤษฎีเกม” มาศึกษาความเชื่อใจของคน

ซึ่งเราอาจจะเรียกเกมในกลุ่มนี้รวมๆ กันว่ากลุ่ม “Trust Game” 

หนึ่งในรูปแบบเกมที่เรียบง่ายที่สุด ทำได้โดยการแบ่งผู้เล่นสองคนกับเงินกองกลางจำนวนหนึ่ง สมมติว่า 100 บาท

โดยผู้เล่นคนแรกจะเริ่มเกมก่อน และเลือกได้ว่า จะส่งเงินให้คนที่สองเท่าไร เลือกได้ตั้งแต่ 0 – 100 บาทเลย

โดยเงินที่ส่งไปให้คนที่สองจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า แปลว่า ถ้าส่งเงินไป 100 บาทให้คนที่สอง ตอนนี้เงินกองกลางก็จะกลายเป็น 300 บาท

และคนที่สองก็จะเลือกได้ว่า จะส่งเงินคืนคนแรกเป็นจำนวนเท่าใดก็ได้

ซึ่งถ้าสมมติว่าคนแรกส่งมา 100 บาทจริง จนกองกลางกลายเป็น 300 บาท และคนที่สองตัดสินใจส่งเงินคืนครึ่งนึง 150 บาท คนแรกก็จะได้ประโยชน์มากกว่าเก็บเงินไว้แต่แรก

แต่อ้างอิงตามหลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นแล้วว่า “คนเห็นแก่ตัว” คนเล่นเกมคนแรกต้องไม่ส่งเงินให้คนที่สองเลยสักบาทเดียวแต่แรก

เพราะเขาไม่อาจเชื่อใจได้ว่าคนเล่นเกม “คนที่สองจะไม่เป็นคนเห็นแก่ตัว” และฮุบเงินไว้คนเดียว 

ที่น่าสนใจ คือ สุดท้ายส่วนใหญ่แล้ว เกือบทั้งหมดทั้งผู้เล่นคนแรกและคนที่สองก็เลือกที่จะส่งเงินบางส่วนให้อีกคนหนึ่ง 

ทำให้เห็นว่า แม้จะเป็นคนแปลกหน้ากัน คนเราก็มีความเชื่อใจกับคนอื่นในระดับหนึ่งได้อยู่แล้ว

ซึ่งถ้าจะให้อธิบายอิงกับบทความจาก Harvard Business Review ในส่วนแรก ก็อาจจะเป็นได้ว่า มนุษย์เราอาจจะเชื่อในเรื่อง มาตรฐานทางจริยธรรม ซึ่งเป็นข้อ 3 ของปัจจัยในการสร้างความเชื่อใจ 

ซึ่งก็มีคำอธิบายว่า สิ่งเหล่านี้อาจจะฝังอยู่กับวิวัฒนาการของมนุษย์ หรืออาจจะเกิดจากการก่อร่างสร้างกฎเกณฑ์ต่างๆ ผ่านจารีต ประเพณี เพื่อให้สังคมมนุษย์มีความสงบ 

ทำให้มันก็มีความเป็นไปได้ว่า เราสามารถออกแบบสังคมที่ช่วยส่งเสริมให้คนปฏิบัติในทางที่ผู้คนสามารถเชื่อใจกันได้มากขึ้นได้…

 


Reference :

https://hbr.org/2022/02/how-business-can-build-and-maintain-trust

https://www.forbes.com/sites/forbeshumanresourcescouncil/2019/09/04/four-ways-to-build-trust-between-your-organization-and-employees/?sh=7e3d10a55ea1

https://www.frontiersin.org/articles/10.3389/fnins.2019.00887/full

 

You may also like

Comments

Leave a reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *