Economic outside the Box

ทำไมการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอาจจะทำให้นายจ้างไม่เลิกจ้างแรงงาน

0

 

คำบอกเล่าเรื่องอัตราค่าจ้างขั้นพื้นฐาน เป็นดั่งนิทานปรัมปราที่เล่าสืบต่อกันมาในวงการเศรษฐศาสตร์อย่างยาวนาน…

โดยนิทานเรื่องนี้มีเนื้อหาสำคัญ เล่ากันว่า “ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแล้วจะทำให้การจ้างงานตกต่ำลงแน่นอน”

แต่ก็มีบางคนในวงการ เริ่มแสดงความเห็นว่า ไม่จำเป็นเสมอไปที่การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ จะทำให้คนตกงาน และสองคนสำคัญที่สุด ที่แสดงหลักฐานเรื่องนี้ออกมาก็คือ David Card และ Alan Krueger ที่ทำให้เห็นว่า การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ไม่ได้ทำให้นายจ้างเลิกจ้างงานเสมอไป

(เกร็ดเล็กน้อย : คุณ David Card พึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ในปีค.ศ. 2021 ที่ผ่านมา ร่วมกับนักเศรษฐศาสตร์อีกสองท่าน แต่เป็นที่น่าเศร้าใจ ที่คุณ Krueger ไม่มีโอกาสได้รับรางวัลด้วย เนื่องจากท่านถึงแก่กรรมไปก่อนในปีค.ศ. 2019)

 

หลักฐานจากร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด

หลักฐานที่เรากำลังพูดถึง เป็นการศึกษาที่ทำกันในเมือง นิวเจอร์ซี ประเทศอเมริกา ที่ในตอนนั้น ในปีค.ศ. 1992 มีการประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำพอดี จึงทำให้นักเศรษฐศาสตร์ทั้ง 2 ท่าน จึงเขาไปทำการเก็บข้อมูล

โดยพวกเขาเลือกที่จะใช้ข้อมูลจากร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ที่มีลูกจ้างในอัตราค่าแรงขั้นต่ำจำนวนมาก

ผลการศึกษาสำคัญในตอนนั้น สรุปว่า “การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ไม่ได้ทำให้การจ้างงานในร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเหล่านี้ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ”

หรือก็หมายถึงว่า การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ “อาจจะ” ไม่ส่งผลต่อการจ้างงานก็ได้ ขัดกับความเชื่อเดิมที่ว่า การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำต้องส่งผลต่อการจ้างงาน “เสมอ”

ประเด็นสำคัญอีกอย่าง ที่ทำให้การศึกษานี้น่าสนใจมากขึ้นไปอีก ก็คือ วิธีการศึกษา ที่ใช้การเปรียบเทียบข้อมูลในโลกแห่งความเป็นจริง ที่เรียกว่า “natural experiment”

 

Natural experiment คืออะไร และมันดีอย่างไร?

อยากให้ทุกคนลองจินตนาการว่า ถ้าเราจะวัดผลของการใช้นโยบายอะไรสักอย่างหนึ่งว่า ส่งผลต่อรายได้ของคนเท่าไร เราจะทำอย่างไรครับ

คิดกันง่ายๆ ก็ใช้นโยบายนั้นกับสักหมู่บ้าน แล้วก็รอดูสัก 1 เดือน หรือ 1 ปีสิ แล้วก็มาดูว่า รายได้ของคนในหมู่บ้านเพิ่มขึ้นไหม

วิธีแบบนี้ไม่ได้ผิดเสียทีเดียว แต่ก็ไม่ได้ถูกเสียหมด เพราะว่าอะไรน่ะเหรอครับ? คำตอบคือ การที่คนรายได้เปลี่ยนไป อาจจะไม่ได้เป็นผลมาจากนโยบายของเราอย่างเดียวก็ได้

ลองเปรียบเทียบกับการทำอาหาร สมมติผมบอกว่า ต้มยำกุ้งจะอร่อยขึ้นถ้าใส่นมสด

วิธีการที่ผมจะพิสูจน์ให้คุณเชื่อ ก็คือ การทำต้มยำกุ้งสองหม้อ สูตรเหมือนกันทุกอย่าง แต่หม้อหนึ่งใส่นมสดเพิ่มไป แล้วก็ให้คุณชิม ถ้าหม้อที่ใส่นมอร่อยกว่า ก็ตัดสินได้ว่า ต้มยำกุ้งใส่อร่อยกว่า เพราะว่า ส่วนประกอบและวิธีทำที่เหลือเหมือนกันหมด

แต่ถ้าเปรียบหมู่บ้านของเราเป็นหม้อต้มยำ และการใช้นโยบายเป็นนมสด แล้วบอกว่า อีกหนึ่งปีเราจะลองมาชิมรสชาติซึ่งก็คือ วัดรายได้นะ

วิธีนี้มีปัญหา เพราะว่า ในช่วงเวลาหนึ่งปีที่ผ่านไป อาจจะมีเหตุการณ์อื่นเกิดขึ้นในหมู่บ้านด้วย เช่น มีธุรกิจใหม่มาตั้ง เกิดพายุถล่มหมูบ้าน หรือ เกิดกองทุนกู้ยืม เหตุการณ์เหล่านี้ก็เหมือนเครื่องปรุงอื่นที่ถูกเติมลงไปในหม้อด้วย

ดังนั้น ตอนที่เราชิมรสชาติตอนท้าย ความอร่อยของมันก็อาจจะมาจากเครื่องปรุงชนิดอื่นก็ได้ บอกไม่ได้อย่างชัดเจนว่า เป็นความอร่อยจากนมสดเท่าไร

แนวคิดของ natural experiment ก็มีมาเพื่อลดปัญหาตรงนี้ โดยการหา ตัวอย่างที่เหมาะสมในโลกแห่งความเป็นจริง มาเปรียบเทียบกับกลุ่มตัวอย่างที่ใช้นโยบายไป

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เราย้อนกลับมาที่ตัวอย่างจากงานศึกษาค่าแรงขั้นต่ำข้างต้น

ในงานศึกษานี้ นักวิจัยทั้งสองท่าน ก็ไม่ได้วัดผลจากนิวเจอร์ซีย์ล้วนๆ ไปเลย แต่ได้ทำการเปรียบเทียบกับประชากรในพื้นที่รัฐข้างๆ กัน อย่างเพนซิลเวเนียด้วย

ด้วยพื้นที่ติดกัน ประชาชนและวัฒนธรรมที่แทบจะเหมือนกัน สภาวะในตลาดแรงงานก็คล้ายกันมาก ทำให้เหตุการณ์เกือบทั้งหมดที่บริเวณหนึ่งเจอ อีกรัฐก็เจอเหมือนกัน

แต่นโยบายที่ต่างกันอย่างเดียวก็คือ  รัฐนิวเจอร์ซีย์ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ แต่เพนซิลเวเนียไม่ได้ปรับค่าแรงขั้นต่ำด้วย ทำให้ส่วนต่างการจ้างงานของสองที่นี้ในตอนท้าย จึงเหมือนเป็นผลจากการขึ้นค่าแรงล้วนๆ จนนำไปสู่ข้อสรุปที่ว่า การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำไม่ส่งผลให้การจ้างงานในร้านฟาสต์ฟู้ดของนิวเจอร์ซีย์ลดลง

 

แต่เรื่องมันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายท่านอาจจะสรุปแล้วว่า การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำไม่ส่งผลต่อการจ้างงาน แต่ต้องระวังให้ดีนะครับ จริงๆ มันสรุปได้แค่ “อาจจะ” ไม่ส่งผลต่อการจ้างงานเท่านั้น

โดยมีการตั้งข้อสังเกตกันเหมือนกันว่า ที่ทางร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ไม่ต้องเลิกจ้างคนงาน ก็เพราะ ยังสามารถคงอำนาจการต่อรองกับลูกค้าได้ และก็ขึ้นราคาอาหารในร้านแทน

ซึ่งในงานศึกษา ก็ระบุผลส่วนนี้ไว้เช่นกันว่า การปรับค่าแรงขั้นต่ำขึ้น มีผลทำให้ราคาอาหารในร้านแพงขึ้นด้วย ซึ่งก็อาจจะเป็นปัญหาเงินเฟ้อตามมาได้เช่นกัน

แต่ถ้ามันไปเกิดกับธุรกิจอื่น ที่ไม่สามารถปรับตัวแบบนี้ได้ หรือมีการพึ่งพาแรงงานเยอะ การเลิกจ้างงานก็อาจจะยังเป็นทางเลือกที่ต้องใช้อยู่ดีก็ได้

 

ค่าแรงขั้นต่ำกับบริบทของไทยตอนนี้เป็นอย่างไร?

ในส่วนนี้ ขออนุญาตอ้างอิงบทสัมภาษณ์ของผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยคนปัจจุบัน ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ที่ให้สัมภาษณ์เหมือนต้นปีที่ผ่านมานี้ โดยมีส่วนที่ท่านได้ให้ทัศนะ เกี่ยวกับค่าแรงขั้นต่ำในไทยได้อย่างน่าสนใจ

โดยท่านได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพของคนไทยที่สูงขึ้น แต่รายได้ไม่ค่อยปรับตัวขึ้นตาม แต่พอพูดถึงเรื่องการปรับค่าแรงขั้นต่ำขึ้น ท่านก็อยากแสดงความกังวลเช่นกันว่า เวลานี้อาจจะยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม เนื่องจากภาวะตลาดแรงงานที่ยังอ่อนแอ

โดยตัวเลขการว่างงานกว่า 7 แสนคน และยังมีตัวเลขการเสมือนว่างงานอีกกว่า 2 ล้านคน ทำให้การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำตอนนี้ อาจจะไม่ได้ส่งผลให้คนทั้งตลาดแรงงานได้ประโยชน์จริงๆ และอาจจะซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ มาจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ซบเซามานาน

ดังนั้นท่านจึงยังมองว่า ต้องรอเวลาให้เศรษฐกิจฟื้นตัวก่อน แล้วค่อยคิดเรื่องการปรับขึ้นค่าจ้างอีกครั้งหนึ่ง

 

 


 

Bnomics แนะนำบทความเพิ่มเติม

3 นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลปีล่าสุด ผู้จุดประกายให้เกิด Credibility Revolution

 


Reference :

https://davidcard.berkeley.edu/papers/njmin-aer.pdf 

https://www.bbc.com/news/business-58870395 

https://www.nobelprize.org/prizes/economic-sciences/2021/press-release/ 

https://www.nobelprize.org/prizes/economic-sciences/2021/popular-information/

https://www.isranews.org/article/isranews-news/105688-bot-Governor-economic-2565-news-new.html

https://www.youtube.com/watch?v=crBI8YQN0D8

 

You may also like

Comments

Leave a reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *