Bnomics x Bangkok Bank SME

นักท่องเที่ยวทะลุล้านคนต่อเดือน ผลักดันภาคบริการฟื้นตัวต่อเนื่อง

0

 

สถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยในเดือนล่าสุด แม้จะเห็นการชะลอตัวในบางภาคส่วน แต่โดยรวมยังมีแนวโน้มฟื้นตัวในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาคบริการที่ฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งกลับมาทะลุ 1 ล้านคนต่อเดือนเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดการระบาดของวิกฤติโควิด-19

ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวแข็งแกร่ง

โดยข้อมูลจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติล่าสุด ในเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1.1 ล้านคนต่อเดือน เป็นการปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน ส่วนของอัตราการเข้าพักแรมก็เติบโตต่อเนื่องมาอยู่ที่ระดับ 47.04% เป็นระดับที่สูงที่สุดตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 เช่นกัน

ซึ่งถ้าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมีจำนวนต่อเดือนเท่านี้ไปจนถึงสิ้นปี จะทำให้ยอดรวมนักท่องเที่ยวทั้งปีอยู่ที่ถึงประมาณ 8.8 ล้านคน มากกว่าที่ทุกสถาบันเศรษฐกิจคาดการณ์กันไว้ เมื่อตอนต้นปีเป็นที่เรียบร้อย 

แต่ด้วยแนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวที่ยังเติบโตต่อเนื่อง ทำให้มีโอกาสสูงที่ประเทศไทยจะรับนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดในปีนี้ที่ 9-10 ล้านคนได้ แต่ก็ยังห่างจากระดับเกือบ 40 ล้านคนที่ไทย

การฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวดังกล่าว ก็สะท้อนออกมาที่การบริโภคภาคการบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การโรงแรมและที่พัก และการเดินทาง ที่ปรับตัวดีขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง 

ส่งผลให้ดัชนีภาคบริการ (Service Index) โดยรวมเมื่อปรับผลของฤดูกาล ปรับตัวขึ้นมาสู่ระดับเกือบเท่ากับปลายปี พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนการแพร่ระบาดแล้ว

อย่างไรก็ดี ดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน (PCI) และดัชนีการลงทุนภาคเอกชน (PII) ในเดือนที่ผ่านมา ปรับตัวลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า โดยแรงกดดันสำคัญที่ส่งผลให้ดัชนีภาคการบริโภคทั้งสองชะลอตัวลงเล็กน้อย คือ อัตราเงินเฟ้อที่ยังค่อนข้างสูง แต่เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี การบริโภคโดยรวมก็ยังอยู่ทิศทางที่ฟื้นตัวอยู่ 

 

ภาคการผลิต

แม้ดัชนีภาคการบริโภคอาจจะชะลอตัวลงเล็กน้อย แต่ภาคการผลิตของไทยยังเติบโตได้ดีต่อเนื่อง โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อภาคอุตสาหกรรม (Manufacturing PMI) ในเดือนสิงหาคมของไทยฟื้นตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อน มายืนอยู่ที่ระดับ 53.7 ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าก่อนช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 เสียอีก

ซึ่งสวนทางกับประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจหลายประเทศ ที่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจยังไม่แน่นอน  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศจีน และยูโรโซน

โดยกรณีของประเทศจีน ดัชนี PMI ในเดือนสิงหาคมประกาศออกมาอยู่ที่ 49.5 
อยู่ระดับต่ำกว่า 50 อีกครั้ง ซึ่งเป็นระดับที่แสดงถึงการหดตัว

เนื่องจากความกังวลในภาคอสังหาริมทรัพย์ยังสูงอยู่ และปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นก็ยังมาซ้ำเติมทั้งภาคการเกษตร และการผลิตไฟฟ้าของจีน ทำให้โรงงานการผลิตจำนวนมากต้องหยุดชะงัก

ส่วนในกรณีของยูโรโซน (Eurozone) วิกฤติพลังงานราคาสูงยังเป็นปัญหาหลักอันดับหนึ่ง ที่ล่าสุดทางประเทศรัสเซียได้ประกาศหยุดส่งก๊าซธรรมชาติชั่วคราวผ่านท่อ Nord Steam 1 อีกครั้งส่งผลต่อต้นทุนและความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ สะท้อนออกมาที่ PMI ซึ่งปรับลดลงมาเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกันมาอยู่ที่ระดับ 49.7

ส่วนทางสหรัฐอเมริกา ดัชนี PMI ปรับตัวลดลงเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกันเช่นกัน แต่ก็ยังยืนอยู่เหนือระดับ 50 ได้ที่ 51.3  โดยต้นทุนสำคัญมาจากการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ เพื่อจัดการเงินเฟ้อ ที่ยังต้องขึ้นไปอีกพอสมควร ซึ่งอาจจะทำให้เศรษฐกิจเข้าสภาวะถดถอยได้ในอนาคต

ทิศทางการขึ้นดอกเบี้ยของไทย

ซึ่งรอบการขึ้นดอกเบี้ยอย่างเข้มข้นที่เราเห็นในประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ยังเกิดขึ้นในประเทศอื่น ๆ หลายประเทศ ซึ่งเป็นแนวนโยบายปกติ เพื่อจัดการปัญหาเงินเฟ้อ หลังจากที่เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นมา 

อย่างไรก็ดี ในกรณีของประเทศไทย แม้จะถูกกดดันจากอัตราเงินเฟ้อที่สูง จนมีการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 4 ปี ขนาด 0.25% ในการประชุมครั้งล่าสุด แต่การขึ้นดอกเบี้ยในระยะข้างหน้าก็มีแนวโน้มขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่น่าจะมีการขึ้นอย่างเข้มข้นเหมือนในหลายประเทศ

เนื่องจากวัฏจักรเศรษฐกิจของไทยยังไม่กลับเข้าสู่ช่วงปกติอย่างเต็มตัว ยังอยู่ในช่วงของการฟื้นตัวอยู่ แตกต่างจากเศรษฐกิจหลายประเทศกลับเข้าสู่ช่วงปกติก่อนหน้านี้แล้ว แต่มาเจอปัญหาเงินเฟ้อจากราคาพลังงานและอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะสงครามในยูเครน 

โดยเศรษฐกิจของไทยที่ยังไม่กลับมาเต็มตัว มีส่วนสำคัญมาจากการขาดหายไปของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งยังน้อยกว่าช่วงก่อนหน้านี้มากกว่า 30 ล้านคน ซึ่งทำให้เศรษฐกิจของไทยในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ยังเติบโตน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านพอสมควร 


ซึ่งสิ่งนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ยังถ่วงการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ให้เข้มข้นจนเกินไป เพราะยังต้องประคองให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง และเติบโตไปข้างหน้าได้อย่างไม่ติดขัด (Smooth Takeoff) 

 

สรุป

จำนวนนักท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่จะช่วยต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงระยะเวลาต่อไป โดยเฉพาะภาคบริการที่ได้รับอานิสงส์ฟื้นตัวดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ภาวะเศรษฐกิจในประเทศมหาอำนาจยังมีความไม่แน่นอน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตามอง

 


References :

https://www.bot.or.th/Thai/MonetaryPolicy/EconomicConditions/PressRelease/PressRelease2557/Slide_Thai_July2022_co5px8.pdf

https://www.nesdc.go.th/ewt_dl_link.php?nid=12813&filename=QGDP_report

 

You may also like

Comments

Leave a reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *